แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บุคคลสำคัญ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บุคคลสำคัญ แสดงบทความทั้งหมด

2554-07-31

ปากคำประวัติศาสตร์



คัดจากหนังสือ แด่โลกและชีวิต ปรัชญาความคิดบุคคลสำคัญของโลก?
โดย วิทยากร เชียงกูล
(วิทยากร เชียงกูล, แด่โลกและชีวิต ปรัชญาความคิดบุคคลสำคัญของโลก, สำนักพิมพ์มิ่งมิตร, ๒๕๔๒)




? The great aim of education is not knowledge but action.
จุดมุ่งหมายที่ยิ่งใหญ่ของการศึกษา ไม่ใช่ความรู้ แต่เป็นการกระทำ
เฮอร์เบิร์ต สเปนเซอร์ (๑๒)




? Perhaps the most valuable result of all education is
The ability to make yourself do the thing you have to do 
When it ought to be done, whether you like it or not;
It is the first lesson that ought to be learned;
And however early a man?s training begins, 
it is probably the last lesson that he learns thoroughly.
บางที ผลที่มีค่าที่สุดของการศึกษาทุกอย่าง คือ 
ความสามารถที่จะทำให้คุณทำในสิ่งที่คุณจะต้องทำ ในเวลาที่ควรทำ 
ไม่ว่าคุณจะชอบมันหรือไม่ ,นี่คือบทเรียนบทแรกที่ควรเรียนรู้
และไม่ว่าคนเราจะเริ่มการฝึกอบรมเร็วแค่ไหน
มันมักจะเป็นบทเรียนบทสุดท้ายที่เขาเรียนรู้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
ธอมัส เฮนรี่ ฮักซเล่ย์ (๑๓)




? Sit down before fact as a little child,
Be prepared to give up every preconceived notion,
Follow humbly wherever and to whatever abysses nature leads,
Or you shall learn nothing.
นั่งอยู่ต่อหน้าความจริงเหมือนกับเด็กเล็ก,
เตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนความเชื่อที่มีอยู่ล่วงหน้าทุกอย่าง,
ติดตามอย่างถ่อมตัวไปทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นห้วงเหวใดๆที่ธรรมชาติจะนำเราไป,
เพราะถ้าไม่ทำเช่นนั้นแล้ว คุณจะไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย
ธอมัส เฮนรี่ ฮักซเล่ย์ (๑๓)




? Education?has produced a vast population able to read, but unable to distinguish what is worth reading.
การศึกษา ? ได้สร้างประชาชนที่อ่านออกจำนวนมหาศาล แต่พวกเขาไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรที่ควรอ่าน 
จี เอ็ม เทรเวลยัน (๑๗)



? Wonder is the foundation of philosophy,
Inquiry the progress, ignorance the end.
ความสงสัย คือรากฐานของปรัชญาทั้งหมด,
การตรวจสอบค้นคว้า คือรากฐานของความก้าวหน้า
ความโง่เขลา คือรากฐานของจุดจบ
มิเชล เดอ มองเตญ (๒๙)




? A wise man will make more opportunities than he finds.
คนฉลาดสร้างโอกาสได้มากกว่าการรอเจอโอกาส
ฟรานซิส เบคอน (๓๕)




? It is not enough to have a good mind. The main thing is to use it well.
มันไม่เป็นการเพียงพอที่จะมีความคิดจิตใจที่ดี ประเด็นหลักคือ จะต้องรู้จักใช้มันให้ดี
เรอเน่ เดคาร์ทส์ (๓๖)




? The mark of the immature man is that he wants to die nobly for a cause, while the mark of the mature man is that he wants to live humbly for one.
เครื่องหมายของคนที่ยังด้อยวุฒิภาวะคือ เขาต้องการตายอย่างมีเกียรติเพื่ออุดมการณ์ ขณะที่เครื่องหมายของคนที่บรรลุวุฒิภาวะคือ เขาต้องการมีชีวิตอยู่อย่างถ่อมตัว เพื่ออุดมการณ์อันนั้น
วิลเฮล์ม สเตเคล (๖๒)




? Life can only be understood backward, but it must be lived forwards.
ชีวิตจะเข้าใจได้ ก็ต่อเมื่อมองย้อนกลับไปข้างหลัง แต่เราจะต้องใช้ชีวิตแบบก้าวไปข้างหน้า
ซอเรน เคียการ์ด (๕๔)




? Eat less and chew more,
Ride less and run more.
Drive less and walk more,
Talk less and work more.
Sit less and move more,
read less and write more.
Idle less and think more,
worry less and laugh more.
Grouse less and laugh more,
Hate less and love more.
Waste less and save more,
Loaf less and live more.
กินน้อยลง และเคี้ยวให้นานขึ้น,
ขี่น้อยลง และวิ่งให้มากขึ้น
ขับน้อยลง และเดินให้มากขึ้น
พูดน้อยลง และทำงานมากขึ้น
นั่งน้อยลง และเคลื่อนไหวให้มากขึ้น
อ่านน้อยลง และเขียนมากขึ้น
เฉื่อยเนือยน้อยลง และคิดมากขึ้น
วิตกน้อยลง และหัวเราะมากขึ้น
บ่นน้อยลง และยิ้มมากขึ้น
เกลียดน้อยลง และรักมากขึ้น
ทำให้สิ้นเปลืองน้อยลง และประหยัดมากขึ้น
เอ้อระเหยน้อยลง และใช้ชีวิตให้มากขึ้น
โมเซส อีซีเคียต (๖๕)




? Victory belong to the most persevering.
ชัยชนะเป็นของคนที่พากเพียรมากที่สุด
นโปเลียน โบนาปาร์ต (๗๖)




? He that loseth wealth, loseth much;
He that loseth friends, loseth more;
Bu he that loseth his spirit loseth all.
คนที่สูญเสียความมั่งคั่ง สูญเสียมาก
คนที่สูญเสียเพื่อน สูญเสียมากกว่า
คนที่สูญเสียจิตใจที่มุ่งมั่น สูญเสียหมดทุกสิ่งทุกอย่าง
สุภาษิตสเปน (๗๙)




? Who dares nothing, need hope for nothing.
ใครที่ไม่กล้าทำอะไร ไม่ควรหวังที่จะได้อะไร
โยฮัน จอน ชิลเลอร์ (๘๒)




? The greatest of courage on earth is to bear defeat without losing heart.
การทดสอบความกล้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกก็คือ การยอมรับความพ่ายแพ้ได้โดยไม่เสียกำลังใจ
โรเบิร์ต กรีน อินเกอร์ซอล (๘๔)




? A man should never be ashamed to own he has been in the wrong, 
which is but saying, in other words, 
that he is wiser today than he was yesterday.
คนเราไม่ควรละอายที่จะยอมรับว่าเขาได้ทำผิดไป เพราะนั่นมีนัยเท่ากับการพูดว่า 
วันนี้เขาฉลาดกว่าเมื่อวาน 
เอล็กซานเดอร์ โป๊บ (๙๕)




? A man can fail many times, but he isn?t a failure until he begins to blame somebody else.
คนเราอาจจะผิดพลาดได้หลายครั้ง
แต่เขายังไม่ใช่คนล้มเหลว
จนกว่าเขาจะเริ่มกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของคนอื่น
จอห์น เบอโรห์ (๙๖)




? Sometimes a noble failure serves the world as faithfully as a distinguished success.
บางครั้ง ความล้มเหลวที่น่ายอมรับนับถือก็มีคุณต่อโลกอย่างซื่อตรงไม่น้อยไปกว่าความสำเร็จที่โดดเด่น
ดาวเด้น (๙๗)




? Ninety ? nine percent of the failures come from people who have the habit of making excuses.
เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ของความล้มเหลว มาจากคนที่มีนิสัยชอบแก้ตัว
ยอร์ช วอชิงตัน คาร์เวอร์ (๙๘)





? He that will not reason is a bigot;
He that cannot reason is a fool;
And he that dares not reason is a slave.
คนที่ไม่คำนึงถึงเหตุผล คือคนดื้อรั้น
คนที่ไม่รู้จักให้เหตุผล คือคนโง่
และคนที่ไม่กล้าให้เหตุผล คือทาส
วิลเลี่ยม ดรัมมอนด์ (๑๐๕)




? Great minds have proposes, others have wishes.
Little minds are tames and subdued by misfortune,
But great minds rise above them.
คนที่มีจิตใจที่ยิ่งใหญ่มีข้อเสนอแนะ ขณะที่คนอื่นๆมีแต่ความปรารถนา
คนที่มีจิตใจเล็กๆถูกเหตุการณ์เลวร้ายทำให้เชื่องและยอมจำนน
แต่คนที่มีจิตใจยิ่งใหญ่ จะลุกขึ้นมายืนอยู่เหนือเหตุการณ์เลวร้ายนั้น
วอชิงตัน ไอร์วิ่ง (๑๐๘)




? Men talk of killing time, while time quietly kill them.
คนพูดถึงการฆ่าเวลา ขณะที่เวลาฆ่าพวกเขาอย่างเงียบๆ
ดิออน บูซิโคลท์ (๑๑๓)





รำลึกถึง จอห์น เลนนอน ผู้ใช้เสียงเพลงขับเคลื่อนขบวนการต่อต้านสงคราม : Give Peace a Chan



จอห์น เลนนอน ( 9 ตค. 1940- 8 ธค. 1980 ) เป็นนักร้อง นักประพันธ์เพลงชาวอังกฤษ ซึ่งได้รับการตอบรับสูงที่สุดผู้หนึ่ง ขณะเดียวกัน เขาก็มีบทบาทสำคัญ ในการใช้เสียงเพลง ขับเคลื่อนการต่อต้านสงคราม
เลนนอนเป็นสมาชิกก่อ ตั้งของวง เดอะบีตเติ้ลส์ และ ร่วมกับ พอล แมคคาร์ตนีย์  เป็นคู่หูร่วมประพันธ์เพลงยิ่งใหญ่แห่งยุคมากมาย
ภายหลังแยกตัวจากวง
เดอะ บีตเติ้ลส์ใน ปลายปี 1969 เขาเริ่มชีวิตศิลปินเดี่ยว โดยยังคงมีผลงานที่สร้างความสำเร็จออกมาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ ได้แก่ Imagine, Give Peace a Chance และ “Happy Xmas (War Is Over)”
ในคืนวันที่ 8 ธค. เลนนอน ถูก มาร์ค แชพแมนยิง ขณะเดินกลับเข้าที่พักของตน เขาเสียชีวิต เมื่อถูกส่งตัวถึงโรงพยาบาล
ภาพ วาด จำลองสถานการณ์ ขณะคนร้ายลอบยิง จอห์นเลนนอน


“โรลลิ่ง สโตน”เผย บทสัมภาษณ์สุดท้าย “จอห์น เลนนอน” ครุ่นคิดถึงอนาคต-ครอบครัว



เพียง 3 วันก่อนที่จอห์น เลนนอน จะถูกยิงเสียชีวิตในวันที่ 8 ธค. 1980 เขากล่าวเปรยๆคำกล่าวของนักวิจารณ์ที่ว่า พวกเขาสนใจเพียงแค่ “วีรบุรุษผู้ล่วงลับ” และพูดถึงครอบครัวของตนและอนาคตในแง่ดี และเฝ้าครุ่นคิดถึง “เวลาอีกมากมาย” ที่จะบรรลุเป้าหมายของชีวิตในอนาคตข้างหน้า
นิตย สารโรลลิ่ง สโตน ได้เปิดเผยบทสัมภาษณ์ของเลนนอนครั้งสุดท้าย ให้กับสำนักข่าวเอพี เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เนื่องในโอกาสครบรอบการเสียชีวิตของเขาครบ 30 ปี ในขณะที่บทสัมภาษณ์แบบเต็มจะมีการเผยแพร่ในนิตยสาร ซึ่งจะวางแผงในวันที่ 10 ธค.นี้
โจนาธาน คอตต์ ผู้สัมภาษณ์เลนนอนในครั้งนั้น กล่าวว่า “คำพูดของเขามีน้ำเสียงที่ดูมีความสุข มีชีวิตชีวา มีความหวัง และหาญกล้า-เขาไม่พูดอ้อมค้อมเลย”
เลนนอนกล่าวถึงนักวิจารณ์ ซึ่งแสดงความผิดหวังอย่างต่อเนื่อง ต่อการเลือกเส้นทางเดินของเขา ทั้งด้านชีวิตส่วนตัวและชีวิตการงานอย่างแข็งกร้าว หลังจากที่เขาออกจากวง “เดอะ บีเทิลส์”
“นัก วิจารณ์พวกนั้นสร้างภาพลวงตาเกี่ยวกับตัวศิลปินขึ้นมาเอง อย่างกับว่าพวกเขาเป็นไอดอล” เลนนอนกล่าว “พวกเขาชื่นชอบเฉพาะคนที่มีหนทางเดินในวงการ แต่ผมไม่สามารถเดินตามทางเส้นนั้นได้อีกต่อไป”
“สิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือ “วีรบุรุษผู้ล่วงลับ” อย่างเช่น “ซิด วิเชียส” และ เจมส์ ดีน” ผมเองไม่สนใจที่จะเป็น “วีรบุรุษ(กล่าวสบถ)ผู้ล่วงลับ งั้นก็ลืมไปได้เลย ลืมไปเลย”
นอกจากนั้น เขายังทำนายว่า “บรู๊ซ สปริงสทีน” ผู้ซึ่งมีอนาคตสดใสในวงการเพลงร็อคในขณะนั้น ให้อดทนต่อคำวิพากษ์วิจารณ์เช่นเดียวกับที่เขาเผชิญอยู่ “ขอได้โปรดให้พระเจ้าจงช่วยคุ้ม ครองสปริงสทีน ในยามที่เขาไม่ได้เป็นพระเจ้าแล้วเถอะ… เขาจะต้องโดนแน่ และผมหวังว่าเขาจะรอดมันมาได้”
เลนนอน ยังพูดถึงความพยายามในการเป็นพ่อที่ดี ต่อลูกชายคนเล็กของเขา คือ “ฌอน” เรียนรู้ที่จะผูกสัมพันธ์กับเด็กๆ (เขายอมรับว่าตนเองเล่นกับเด็กไม่เป็น) และกล่าวถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างเขาและโยโกะ โอโนะ: “ผมเลือกที่จะทำงานกับคนเพียงสอง คนเท่านั้นคือ พอล แม็คคาร์ทนีย์ และโยโกะ โอโนะ… ผมเลือกไม่ผิดแน่”


ในวัย 40 ปี เขายังสะท้อนถึงที่เขาเคยได้ทำมาก่อนหน้านี้ในชีวิต และค้นหาแก่นสารที่แท้จริงของชีวิต และยังคงยึดมั่นต่อแนวทางในการบรรลุเป้าหมายเพื่อสร้างสันติภาพและความรัก ให้เกิดขึ้นกับโลก

“ผม จะไม่อ้างตัวเองว่าเป็นเทพเจ้า ผมไม่เคยอ้างว่าตัวเองมีจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ ผมไม่เคยอ้างว่ามีคำตอบให้กับชีวิตในทุกเรื่อง ผมแค่ทำเพลง เพื่อที่จะตอบคำถามอย่างสัตย์จริงเท่าที่จะทำได้ แต่ผมยังคงเชื่อในสันติภาพ ความรัก และความเข้าใจ”
โจนาธาน คอตต์ สัมภาษณ์เลนนอน ทั้งที่อพาร์ทเมนท์ และที่สตูดิโอของเขา เดิมทีเดียวบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ จะใช้ประกอบบทความเกี่ยวกับอัลบั้ม “ดับเบิล แฟนตาซี” ของเขาและโอโนะ แต่หลังจากการเสียชีวิตของเขา บทความชิ้นนี้บางส่วนได้ถูกนำไปเผยแพร่เพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่เขา
คอตต์ กล่าวว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ครั้งนั้น  เขาไม่เคยกลับไปฟังเทปสัมภาษณ์ความยาว 3 ชั่วโมงชิ้นนั้นอีกเลย จนกระทั่งสองสามเดือนที่ผ่านมาขณะที่เขากำลังทำความสะอาดตู้เสื้อผ้า เขาก็ได้พบมันโดยบังเอิญ
“น่าประหลาดใจมาก กับแถบบันทึกเสียง ซึ่งไม่ได้รับการบูรณะมาเกือบ 30 ปี เสียงของเลนนอนยังคงมีชีวิต ทำให้ผมรู้สึกมีแรงบันดาลใจที่จะถอดข้อความทั้งหมดอีกครั้ง”
คอตต์ กล่าวว่า เขารู้สึกสะดุดกับสิ่งที่เลนนอนคิดถึงเกี่ยวกับชีวิตและความตาย “มีความครุ่นคิดมากมายเกิดขึ้นกับเลนนอน ว่าเขากำลังอยู่ที่ไหน และเขารู้สึกอย่างไร ในระหว่างการเดินทางครั้งใหม่นี้” คอตต์กล่าว “ผมคิดว่ามันเหมือนกับ “การเพ่งพิจารณา ชีวิตในช่วงวัยกลางคน” และผมก็รู้สึกสะดุดกับมันมาก”
นอกจากนั้น ยังมีบทความของโอโนะ ซึ่งกล่าวถึงช่วงชีวิตในวันสุดท้ายระหว่างเธอและเลนนอนอีกด้วย โดยเธอกล่าวว่า เธออุทิศบทความนี้ให้กับเลนนอน


“แค่เพียงก่อนที่เราจะออกจากสตูดิโอ (ไม่กี่นาทีก่อนเขาเสียชีวิต) จอห์นมองที่ฉัน” โอโนะกล่าว “ฉันมองเขา ดวงตาของเขาดูเอาจริงเอาจังมากเหมือนกำลังจะบอกสิ่งที่สำคัญกับฉัน “ว่าไง” ฉันถาม และฉันจะไม่มีวันลืมน้ำเสียงอันลุ่มลึก อ่อนโยน คล้ายกับว่าเขากำลังจะเสกสรรค์คำพูดในจิตใจของฉัน เขากล่าวสิ่งที่สวยงามที่สุดต่อฉัน “โอ้” ฉันกล่าวหลังจากนั้นเพียงชั่วครู่ และเบนสายตาออกไป รู้สึกเขินอายเล็กน้อย”
“ในช่วงเวลา แห่งการครบรอบความโศกานี้ โปรดร่วมรำลึกถึงจอห์นกับฉัน ด้วยความรักอันสุดซึ้งและความเคารพ” โอโนะกล่าว “ในช่วงชีวิต 40 ปีอันแสนสั้นนี้ เขาได้มอบสิ่งต่างๆมากมายให้แก่โลก ช่างโชคดีที่โลกได้รู้จักเขา แม้วันนี้เราก็ยังคงได้เรียนรู้อะไรๆจากเขา…จอห์น ฉันรักคุณ”


รูป ปั้นของ จอห์น เลนนอน ในสวนสาธารณะ กรุงฮาวานา เมืองหลวงของคิวบา

การเสียชีวิตของ John Lennon
วันที่ 8 ธันวาคม 1980 ช่วงบ่ายขณะที่จอห์น เลนนอน อยู่ในสตูดิโอเพื่อกำลังเตรียมตัวอัดเพลงใหม่ ก็มีชายคนนึ่งชื่อว่า Mark Chapman (มาร์ค แชปแมน) ถือกระดาษกับปากกายืนให้จอห์น เลนนอน แล้วพูดว่า”ฉันจะมีลายเซ็นของคุณเป็นที่ระลึกได้ไหม?”จอห์นจึงเซ็นลายเซ็น ของเขาให้แล้วก็ไป ทำงานต่อ
คืนนั้นจอห์นกับโยโกะก็มาอยู่ที่ หน้าอพาร์ตเมนต์ของเขา เขาก็พบmark chapmanคนที่มาขอลายเซ็นเขานั้นเองแต่คราวนี้ในมือเขาไม่ใช่ปากกากับกระดาษ แต่เป็นปืน
มาร์คพูด ว่า “คุณเลนนอน!!” แล้วเขาก็ยิงจอห์นไปห้านัด จอห์นเสียชีวิตทันทีด้วยวัย 40 ปี 3 นาทีต่อมา ตำรวจมาถึงอพาร์ตเมนต์ มาร์คยังอยู่ตรงนั้นเขาพูดกับตำรวจว่า”ฉันนี้แหละที่ยิงจอห์น เลนนอน
จอห์นถูกสังหาร กลางกรุง New York ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองและสังคมในกลียุคที่สงครามมีทุกหนแห่งนัก แต่งเพลง นักร้องนำ จอห์นและเพื่อนๆวงเดอะบีทเทิ้ลดังเป็นพลุแตก เพลงขายดีถล่มทลายทุกชุด ในยุคสาวกรี๊ด เรื่อยจนมาถึงยุคออกอัลบั้มเดี่ยว เพลงดังอย่าง Imagine, Give Peace a Chance แห่งยุคที่เขาเรียกร้องสันติภาพผ่านบทเพลงที่เปลี่ยนพลังของแฟนเพลงเป็นพลัง ต่สู้ทางการเมือง
ทำให้นักการเมืองสั่ง FBI เฝ้าจับตามองจอห์นทุกย่างก้าวถึงขั้นดักฟังโทรศัพท์ นั่นเพราะจอห์นประสบความสำเร็จในการกดดันทางการเมืองครั้งแล้วครั้งเล่าผ่าน บทเพลงที่ง่าย ตรง จริงใจ และดนตรีที่ติดหู เพลงของเขาถูกแบนด์ ไม่ให้เปิดทางวิทยุ อย่าง “Woman Is the Nigger of the World” ที่เขาต้องการสื่อสารว่า ในขณะที่คนเรียกร้องความเท่าเทียมของคนผิวดำในบางประเทศ แต่ว่าผู้หญิงทั่วโลกกลับไม่มีสิทธิเท่าเทียมผู้ชาย (1972)
วันที่ 8 ธคนี้ เป็นวันครบรอบวันตาย มีการจัดงานรำลึกขึ้นทุกปีที่สตรอเบอรี่ฟีลด์ หลุมศพของจอห์น ที่มีแฟนนำดอกไม้ เทียน และของที่ระลึกไปวางแน่นขนัดทุกปีเสมอมา ปีนี้ก็ไม่ต่างจากปีอื่น








บทเตือนสติแห่งสรรพชีวิต



- ทุกคนล้วนแต่กลัวตาย แต่ใครจะรู้เมื่อตายไปแล้ว เราจะไม่รู้สึกเสียใจ ว่าเหตุใดต้องเกิดมา 
(จวงจื้อ)





- ลองเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนแล้วละก็ ไม่มีใครรู้หรอกว่าเป็นไปไม่ได้จริงหรือไม่ 
(อกาธา คริสตี้)




- หากความไม่แน่นอนยังคงเป็นความจริงอย่างหนึ่ง ใครเล่าจะรู้ การฆ่าตัวตายจะนำไปสู่สิ่งใด เราอาจต้องทนทุกข์ยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้
 (ทรงศีล ทิวสมบุญ)





- แต่ชีวิตก็เป็นเช่นสายน้ำที่ไหลไปข้างหน้า ไร้ประโยชน์ที่จะตั้งคำถามกับสิ่งที่ผ่านไปแล้วว่าทำไม 
(วินทร์ เลียววาริณ)





- บางสิ่งเพิ่มขึ้นด้วยการทำให้น้อยลง บางสิ่งน้อยลงด้วยการทำให้เพิ่มขึ้น
 (ไม่ทราบผู้เขียน)





- คนเราเอามือล้วงลงไปในหลุม แล้วล้วงไม่ถึง ก็โทษว่าหลุมนั้นลึก หาโทษว่ามือตัวเองสั้นไม่
 (ขงเบ้ง)




- ลองคิดดู ไฮโดรเจนมีอิเล็กตรอนหนึ่งตัว วิ่งรอบโปรตอนหนึ่งตัว เป็นธาตุที่ง่ายที่สุด เบาที่สุด ไฮโดรเจนสี่อะตอมรวมกันเป็นหนึ่งฮีเลียม ธาตุที่หนักลำดับสามคือ ลิเธียม และหนักขึ้นไปเรื่อยๆ เช่น คาร์บอน เหล็ก นิเกิล ฯลฯ จะเห็นว่าการผสมอะตอมรวมกันทำให้เกิดธาตุหนักขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่เกิดในใจกลางดาวฤกษ์ต่างๆที่อุณหภูมิ 1,000-5,000 องศา และแรงกดดันมหาศาล การสร้างธาตุหนักขึ้นต้องใช้พลังและความร้อน และแรงกดดันมหาศาล ธาตุที่หนักมักสลายตัวง่ายกว่า คาร์บอนเป็นธาตุพื้นฐานหลักของสิ่งมีชีวิตบนโลกเรานั้นเกิดมาที่หลัง อย่างน้อยก็หลายล้านปีนับแต่วันที่เกิดบิ๊กแบง คำถามคือ หากพระเจ้าสร้างโลกและมนุษย์ ทำไมไม่ทำให้เสร็จสมบูรณ์ไปเลยในคราวเดียว
 (สตีเวน ไวน์เบิร์ก)





- “ความพอดีไม่เคยมีอยู่ในโลก” นั่นคือคำที่มนุษย์คิดไปเอง ธรรมชาติให้ความพอดีมาหมดแล้ว เพียงแต่ความพอดีนั้นไม่สามารถตอบสนองความพึงพอใจของมนุษย์ได้ 
(เสกสรรค์ กิตติทวีสิน)





- เรายังไม่รู้เลยว่าตัวเองเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วเราจะไปอวดอ้างว่ารู้จักสิ่งอื่นได้อย่างไร 
(จอนิ โอ่โดเชา)





- คนพาลทำความชั่ว แม้จะไปสู่แม่น้ำแห่งใดก็ไม่บริสุทธิ์ขึ้นได้ แม่น้ำเหล่านี้จะไปช่วยอะไรได้กับท่านผู้หยาบช้า การรักษาศีล การมีความประพฤติที่ดี ย่อมทำให้บุคคลเป็นผู้บริสุทธิ์ ดูก่อนพราหมณ์ ท่านจงอาบตนด้วยธรรมวินัยนี้ ถ้าท่านไม่กล่าวเท็ด ไม่เบียดเบียน ไม่ขโมย มีความเชื่อตามเหตุผล ไม่ตระหนี่ ท่านก็ไม่ต้องไปสู่แม่น้ำใดเลย 
(พระพุทธเจ้า ปฏิเสธเรื่องการล้างบาป ในวัตถุปมสูตร)





- เวลาคือความนานที่วัดได้ 
(ไม่ทราบผู้เขียน)





- อย่าเริ่มใช้ชีวิตในทางโลกช้าเกินไป อย่าเริ่มใช้ชีวิตทางธรรมเร็วเกินไป 
(สุภาษิตภูฐาน)





- พฤติกรรมทางศีลธรรมจรรยาของคน ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความสงสาร การศึกษา และสายสัมพันธ์ ไม่ใช่ทางศาสนา มนุษย์คงก้าวไปในทางที่ผิดนี่แน่ หากต้องตกอยู่ภายใต้ความกลัวว่าจะถูกลงโทษ และความหวังที่จะได้รับรางวัลหลังจากตายไปแล้ว 
(อัลเบิร์ด ไอน์สไตน์)





- หากพระเจ้าสร้างพวกเราให้เหมือนพระองค์ พระองค์ก็เป็นเพียงพระเจ้าที่ไม่สำคัญอะไร 
(อาร์เธอร์ ซี. คลาร์ค)





- ความฝันประเภทเดียวที่คุ้มค่าที่จะฝัน คือฝันที่จะมีชีวิต ในขณะที่คุณยังมีชีวิตอยู่ และฝันที่จะตายเมื่อคุณสิ้นลมหายใจไปแล้ว 
(อรุณธตี รอย)





- มันไม่มีทางมีศาสนาเปรียบเทียบได้ ตราบที่เรายังศึกษาเพียงศาสนาของมนุษย์เท่านั้น ถ้าเราพบว่าศาสนาเกิดขึ้นได้เฉพาะในมวลสิ่งมีชีวิตที่ทรงภูมิปัญญา เช่น วานร ปลาโลมา ช้าง สุนัข แต่ไม่ใช่กับคอมพิวเตอร์ ปลวก เต่า ปลา อะมีบา เราอาจต้องสรุปอย่างเจ็บปวดว่า บางทีความรักกับศาสนา อาจเกิดกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเท่านั้น 
(อาร์เธอร์ ซี. คราล์ค)




- ใบไม่ร่วงไหนเลยยินยอมถูกลมพัดปลิว แต่ตอนลมโชยมากลับไหนเลยขัดขืนได้
 (โก้วเล้ง)





- ถ้าเราเพียงแต่อยากจะมีความสุข เราก็จะหาได้ในไม่ช้านัก แต่ถ้าเราอยากจะ เป็นสุขยิ่งกว่าคนอื่นก็ออกจะยาก เพราะเราไปเชื่อว่าคนอื่นๆนั้น เป็นสุขมากกว่าที่เขาเป็นจริง
 (นักปรัชญากรีกชื่อ Democrite ซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงแปล)





- เมื่อคุณตาย…แล้วความเจ็บปวดก็จะยุติ 
(ไม่ทราบผู้เขียน)





- สิ่งปลูกสร้างอันมหึมา มักมาจากการเรียงกันของก้อนหินชิ้นไม้ขึ้นเป็นชั้นๆ เหตุใดเราจึงไม่เป็นเหมือนดังก้อนหินชิ้นไม้เล่า ฉันมักจะทำสิ่งละอันพันละน้อยด้วยเหตุนี้
 (หลู่ซิน)





- สิ่งที่เราคาดหวังไว้นานมากนั้น ในท้ายที่สุดมันจะมาถึงในแบบที่เราคาดไม่ถึง 
(มาร์ค ทเวน)





- ในโลกแห่งความแน่นอนมนุษย์เรามีขีดจำกัด ในโลกแห่งความหวังไม่มีขีดจำกัดใดๆ 
(รพินทรนาถ ฐากูร)





- ความสุขบางระดับเราก็ไปได้ด้วยหัวใจเท่านั้น 
(ไม่ทราบผู้เขียน)




- ความตายในสายตาของคนหนุ่ม นับเป็นเรื่องงายดายอย่างยิ่งอยู่ เนื่องจากบุรุษหนุ่มวัยฉกรรจ์ ยังไม่รู้ซึ้งถึงคุณค่าอันน่าถนอมของชีวิต และความเจ็บแค้นขมขื่นของความตาย แต่หากท่านสูงวัยก็ต้องรู้อยู่แก่ใจ สิ่งที่น่าทะนุถนอม น่าอาลัยที่สุดในโลก คือชีวิต ในช่วงชีวิตยังมีเรื่องสวยงามตระการตาอยู่มากมายหลายอย่างที่ยังมิได้ลิ้มชิมรส หากท่านตายไปในขณะนี้ จะสู้หน้าตัวเองอย่างไร
 (โก้วเล้ง)





- เวลาคืออะไร…การเสียเวลาคืออะไร 
(ไม่ทราบผู้เขียน)





- ไม่มีอะไรดีหรือเลว แต่ความคิดทำให้เป็นเช่นนั้น 
(วิลเลียม เช็คสเปียร์)





- พระจันทร์เสี้ยวไม่สมบูรณ์ แต่สวยงาม
 (ภาษิตเซน)





- หมาสามขาก็ยังเดินได้ 
(ไม่ทราบผู้เขียน)





- ฟ้าเคลื่อนไหวอยู่หรือ ดินหยุดนิ่งอยู่หรือ ดวงอาทิตย์และพระจันทร์ผลัดกันส่องแสงอยู่หรือ อะไรบงการฟ้าดินตะวันจันทราอยู่ อะไรชักนำฟ้าดินตะวันจันทราอยู่ 
จะไม่เป็นเช่นนั้นก็ไม่ได้ใช่หรือไม่ เมฆเพื่อฝนหรือฝนเพื่อเมฆ ทั้งหมดนี้คือธรรมชาติ 
(จวงจื้อ)






- การลืมเป็นสิ่งที่แม้แต่ความพยายามก็ทำอะไรไม่ได้ 
(ไม่ทราบผู้เขียน)





- สามสิบกำสอดเป็นหนึ่งดุมล้อ รูกลางทำให้มันมีประโยชน์ 
ปั้นดินเป็นภาชนะ ความกลวงทำให้มันมีประโยชน์
เจาะประตูหน้าต่างสำหรับห้อง ช่องโหว่ทำให้มันมีประโยชน์ 
เพราะฉะนั้นประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่แล้ว เป็นประโยชน์จากสิ่งที่ไม่มีอยู่แล้ว
 (ภาษิตเต๋า)





- ผู้คนไฉนยากที่จะลืมเลือนเรื่องราวที่ควรลืมเลือน
 (โก้วเล้ง)





- มนุษย์ต้องขึ้นไปเหนือโลก เหนือบรรยากาศชั้นสูงสุด และไกลออกไปอีก เพราะมันเป็นทางเดียวที่จะทำให้เราเข้าใจ โลกที่เราอาศัยอยู่
 (โสเครตีส)





- คนไม่เข้าใจเหตุผลของโลก ก็เหมือนคนที่พยายามหนีเงาตัวเอง ความจริงการสลัดให้หลุดพ้นจากเงานั้นง่ายมาก เพียงแค่เข้าไปพักผ่อนใต้ต้นไม้ เงาก็จะหายไป แต่คนส่วนใหญ่ในโลกนี้ กำลังวิ่งหนีเงาอย่างบ้าคลั่ง ไม่ยอมหยุดพักเพื่ออะไร
 (จวงจื้อ)





- ชีวิตคือแหล่งที่มาของเคราะห์กรรมมากมาย 
(ไม่ทราบผู้เขียน)





- จงเป็นเจ้าของบางสิ่งบางอย่างที่โลกขาดแคลน และแม้ว่าท่านจะอยู่กลางป่าสูง 
ก็จะมีผู้บุกป่าฝ่าดงมาเคาะประตูบ้านท่าน
 (ไม่ทราบผู้เขียน)





- ข้าพเจ้าทราบ เนื่องเพราะข้าพเจ้าทราบ ข้าพเจ้าจึงทราบ 
(โก้วเล้ง)





- เรื่องใดที่ลืมได้ก็ไม่สำคัญอีกต่อไป 
(Jimmy Liao)




- สิ่งที่มองเห็นเป็นเพียงเปลือกนอก สิ่งที่สำคัญกว่าหามองเห็นไม่ 
(อองตวน เดแซง)






- การทำความดี พระเจ้าก็ให้ผลตอบแทนอยู่แล้ว ท่านยังหวังคำเยินยอใดเล่า ท่านค้ากำไรเกินควรซะแล้ว (พระเยซู)




- ที่แท้ชีวิตน่ารักปานนี้ คนไฉนต้องรอจนใกล้ตาย ค่อยรู้ซึ้งคุณค่าของชีวิต 
(โก้วเล้ง)





- ผีเสื้อปีกสวยงามมักถูกจับ หรือ “ความงาม” ก็เป็นบาปประการหนึ่ง 
(โก้วเล้ง)




- ใครจะศึกษาโลกก็ปล่อยเขาไปเถิด แต่ท่านจงศึกษาตัวเอง 
(ไม่ทราบผู้เขียน)





- ชีวิตคือความฝัน ความตายคือการตื่น 
(โบเมอร์)




- ชีวิตในตัวของมันเองนั้นไม่มีราคาค่างวดอะไรเลย ราคาของชีวิตจะมีก็สุดแต่การใช้ชีวิตนั้น 
(ยอง ยาคส์ รุตโซ่)




- เขาว่ากันว่าพระเจ้าจะช่วยเฉพาะคนที่ช่วยตัวเองก่อนเท่านั้น แต่ฉันอยากรู้ว่าพระเจ้าบอกใคร 
(ออสก้า ไวลด์)





- ไม่มีอะไรใหญโตกว่าดวงอาทิตย์ แต่ถึงกระนั้น
 เมฆบางๆก็ยังบังแสงอาทิตย์ครั้งแล้วครั้งเล่า 
ตลอดปีตลอดชาติ
 (ลองเฟ็ลโลว์)




- สาธุชนไม่ส่องดูตัวเองจากกระจก แต่ส่องดูตัวเองจากคน การส่องดูตัวเองจากกระจก จะเห็นแค่รูปโฉมโนมพรรณ แต่การส่องดูตัวเองจากคนจะรู้ซึ้งถึงนิสัย รู้ว่าตัวเองดีเลวประการใด
 (ม่อจื้อ)





- ตาสามารถมองเห็นสิ่งไกลๆได้ แต่ไม่สามารถมองเห็นคิ้วตนเอง
 (ภาษิตจีน)



My Wild Lighthouse Rose


- ความทุกข์ไม่มียารักษา นอกจากความหวัง
(วิลเลียม เช็คสเปียร์) 





- วันคือผ่านลวงไป บัดนี้ท่านทำอะไรอยู่ 
(ไม่ทราบผู้เขียน)




- มีเรื่องบางประการที่ไม่จำเป็นต้องตอบไป เพราะความจริงไม่มีคำตอบอยู่เลย 
(โก้วเล้ง)





- ขณะที่ท่านให้เขารอคอย ท่านไยมิใช่รอคอยเช่นกัน
 (โก้วเล้ง)





- ระหว่างความเป็นความตายชั่วเพียงกระพริบตา มีชีวิตเป็นอย่างไร ตายแล้วจะเป็นอย่างไร 
(โก้วเล้ง)





- รัก โกรธ เศร้า สุข เป็นการแบ่งแยกด้วยฝีมือมนุษย์ ไม่ใช่ธรรมชาติ
 (จวงจื้อ)





- เหตุผลไม่ได้อยู่ที่เล็กหรือใหญ่ แต่ต้องพอเหมาะพอดีจึงจะดี ใหญ่แต่ไม่สมเหตุสมผลย่อมไร้ประโยชน์ (จวงจื้อ)





- มีเรื่องบางประการที่ไม่สามารถตกลงกันได้ 
(โก้วเล้ง)





- ในโลกนี้มีเรื่องราวและเหตุผลมากมาย ที่รอจนท่านหายใจไม่ออกค่อยเข้าใจ 
(โก้วเล้ง)





- คุณทำอะไรในโลกนี้มันไม่สำคัญหรอก ปัญหามันอยู่ที่คุณเรียกสิ่งที่คุณทำว่าอะไร 
(เซอร์อาร์เทอร์ โคแนน ดอลย์)




- ความที่สิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี 
(ไม่ทราบผู้เขียน)





- ท่านยิ่งแสร้งไม่สนใจต่อเรื่องราวหนึ่ง ยิ่งแสดงว่าท่านกังวลสนใจมันเป็นพิเศษ 
(โก้วเล้ง)





- ดูไม้ท่อนนี้สิ มันสั้นหรือยาว
 ถ้าคุณต้องการไม้ที่ยาวกว่านี้ 
ไม้ท่อนนี้มันก็สั้น
 ถ้าคุณอยากได้ไม้สั้นกว่านี้ 
ไม้ท่อนนี้มันก็ยาว เรื่องมันก็เท่านั้น 
(จวงจื้อ)






- ที่ลับสำหรับความชั่วไม่มีในโลก 
(พุทธพจน์)






- เตือนว่าอย่าคิดมากไป สุดท้ายทุกวันก็คือ “ทุกวัน”
 (เพลง)






- ความจริงแม้ทำร้ายผู้คน แต่ก็ไม่ปวดร้าวเท่าถูกหลอกลวง 
(โก้วเล้ง)






- ผลไม้ที่สุกงอม ไม่ต้องสอย นับวันแต่จะล่วงลงมาเอง 
(ไม่ทราบผู้เขียน)






- หน้าที่ของฉันคือฆ่าเวลา หน้าที่ของเวลาคือฆ่าฉัน เราทั้งคู่ต่างเป็นอาชญากรผู้เอื้อเฟื้อกันและกัน (E.M.Croran)






- คนโง่มักจะเสียใจต่ออดีต คนที่ไม่ปราดเปรื่องมักคิดว่าตนเองเก่งกล้าสามารถ คนตกน้ำมักไม่คาดคิดมาก่อนว่าตัวเองจะมีโอกาศจมน้ำ คนหลงทางไม่ชอบไถ่ถามทางก่อนที่จะหลงทาง นี่คือผลลัพธ์ของคนโง่ที่ชอบคิดว่าตนเองปราดเปรื่อง เมื่อตกลงไปในน้ำจึงครุ่นคิดถึงเหตุผลที่ตกน้ำ เมื่อหลงทางแล้วจึงถามหาทาง คนเช่นนี้เปรียบเสมือนคนที่คิกหลอมอาวุธเมื่อพบข้าศึก หรือเปรียบเสมือนคนที่กระหายน้ำจัดเพิ่งคิดถึงการขุดบ่อน้ำ แม้ว่าพวกเขาจะรีบเร่งทำสิ่งที่คิดไว้เพียงใด ทว่าทุกอย่างก็สายไปซะแล้ว ไม่เกิดประโยชน์อะไร
 (เฮื้ยนจื้อ)






- คนขี้ขลาดตายหลายหนก่อนตายจริง วีรชนมิเคยลิ้มรสความตายเว้นแต่ครั้งเดียว
 (จูเลียต ซีซาร์)







- สิ่งที่เห็นเป็นเพียงภาพลวงตา แม้ว่ามันจะอยู่นานเท่านานก็ตาม 
(อัลเบิร์ด ไอน์สไตล์)






- แม้ตนไม้จะขึ้นปะปนเพียงใด เราก็จำแนกได้ไม่ยาก โดยดูที่ผลของมัน 
(พระเยซู)






- นับแต่โบราณการ ผู้คนมากมายอาศัยความตายหลีกเลี่ยงภารกิจ และความเจ็บปวด แต่ผู้ใดที่ทราบ การตกลงใจดิ้นรนต่อสู้เอาชีวิตรอด ยังห้าวหาญกว่าการยอมรับความตายมากนัก
 (โก้วเล้ง)






- หน้าที่ประการแรกของคนคืออะไร ตอบได้ไม่ยาก คือเป็นตัวของตัวเอง 
(Heurik Ibsen)






- ในแผ่นดินมีเรื่องหลายประการเป็นเฉกเช่นเงาจันทร์ในน้ำ ในน้ำมีพระจันทร์อยู่ชัดๆ แต่หากคิดไขว่คว้ามันมิเพียงคว้าถูกอากาศธาตุ ทั้งยังอาจตกน้ำ อาจบางทีถึงจมน้ำตาย
 (โก้วเล้ง)






- โลกมีไว้เหยียบ ไม่ได้มีไว้แบก
 (ขรรค์ชัย บุญปาน)




wmd-shipyard.jpg


- สิ่งที่สมบูรณ์โดยแท้แล้วมันก็บกพร่องอยู่ สิ่งที่บกพร่องอยู่แท้จริงแล้วมันก็สมบูรณ์ดี 
(ท่านพุทธทาสภิกขุ)







- อย่ากระวนกระวายถึงวันพรุ่งนี้ เพราะวันพรุ่งนี้ย่อมมีความกระวนกระวายของวันพรุ่งนี้อยู่เอง
 (พระเยซู)





Peaceful


- ชีวิตเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ที่คงให้ทุกคนเรียนรู้ ไม่มีใครสอนได้ 
(ไม่ทราบผู้เขียน)




Sage Grouse


- …เพียงแต่ว่า มิว่าผู้ใดเมื่อตกอยู่ในความจำเป็น ต่างยากที่จะไม่กระทำเรื่องที่ผู้อื่นเห็นเป็นไร้ยางอายไปสักครั้ง ตัวเองถึงกับสำนึกเสียใจไปซักครั้ง …มนุษย์เราบางครั้งกลับกลายเป็นลาลากโม่แป้งที่ถูกปิดตาไว้ ชีวิตคือแส้เส้นยาวยามที่แส้โบยใส่หลัง ท่านก็มีแต่ต้องเดินไปเบื้องหน้า มาตรว่ากระทั่งตนเองก็ยังไม่ทราบ ต้องเดินถึงเมื่อไรจึงจะยุติ 
(โก้วเล้ง)




SUNSET


- ความสุข คือแสงอาทิตย์ดวงหนึ่งที่สาดส่องอยู่ในหัวใจ 
(โจเซ่ วาสคอนเซลอส)





Anchorage Hillside


- เราจะมีความสุขก็ต่อเมื่อ 
เรารู้สำนึกถึงบทบาทเพียงเล็กน้อยที่สุดของเรา 
เมื่อเป็นเช่นนั้น
 เราถึงจะมีชีวิตอยู่อย่างสันติสุข และตายไปอย่างสันติสุข
 เพราะสิ่งที่มีความหมายต่อชีวิต 
ก็ให้ความหมายต่อความตาย 
(อังตวน เด แซง เต็กซูรี)




Tree


- เตรียมที่จะตายให้ดีที่สุดอย่างไร ตอบ อยู่ให้ดีที่สุด
เตรียมสำหรับอยู่ให้ดีที่สุดอย่างไร ตอบ เตรียมพร้อมที่จะตายนะสิ 
(ท่านพุทธทาสภิกขุ)




Sundown Lake Murry,SC


- ฝีมือการสร้างสรรของมนุษย์กับธรรมชาติผิดกันไกล ขณะที่ต้นไม้เจริญเติบโตขึ้น วัตถุสิ่งของก็ค่อยๆเสื่อมจนพินาศย่อยยับไป แต่มนุษย์ส่วนมากดูจะชอบสร้างสรรสิ่งของมากกว่าธรรมชาติ และดูเหมือนจะรักวัตถุสิ่งของมากกว่าชีวิตด้วย
 (พจนา จันทรสันติ)



Southern Living


- ตาม แปลว่า ไม่ทัน
 (อ.บัญชา ตั้งวงศ์ไชย)





Morning Dew


- ไม่มีอะไรออกมาจากกระสอบนอกจากสิ่งที่เราใส่เข้าไป 
(ไม่ทราบผู้เขียน)




Another view of Cedar Falls


- ท่านสาธุคุณฟุลตัน เจ. ซีน ได้รับอาราธนาไปพูดที่ศาลาประชาคมต่างเมือง ท่านออกจากที่พักแต่เช้าเพื่อเดินชมเมืองก่อน แล้วเกิดหลงทาง เห็นพวกเด็กๆเล่นกันอยู่ จึงเข้าไปถาม
“ฉันเป็นคนต่างถิ่น จะไปศาลาประคม แต่ไปไม่ถูก ช่วยบอกทางให้ฉันได้ไหม”
เด็กคนหนึ่งอธิบายทางให้ท่านแล้วถามว่า
“ท่านจะไปศาลาประชาคมทำไมครับ”
“ฉันจะไปปาฐกถาธรรมเรื่อง วิถีทางสู่สวรรค์”
“วิถีทางสู่สวรรค์” 
เด็กทวนคำ 
“แต่ท่านไปแค่ศาลาประชาคมยังไม่ถูกเลย”




A Quiet Place


- งูอาศัยเกล็ดจึงเลื้อยคลานได้ จักจั่นอาศัยปีกจึงบินได้ แต่เมื่อพวกมันตายไปแล้ว แม้เกล็ดและปีกยังอยู่ แต่มันก็เลื้อยไม่ได้ บินไม่ได้ 
(จวงจื้อ)



Enticing Fragrance


- อย่าทำฟ้าให้แคบ โดยการมองผ่านรูที่เล็ก 
(ไม่ทราบผู้เขียน)




Snow Canyon State Park


- ตายหาได้เจ็บปวดไม่ที่เจ็บปวดคือตอนรอความตาย 
(โก้วเล้ง)




High and dry


- คิดว่าไม่เป็นไร ตายมาเยอะแล้ว 
(เรือจักรีนฤเบศร)



Costa Rican Sunset


- ใครไม่รู้จักเราไม่เศร้าเท่าเราไม่รู้จักตัวเอง 
(ไม่ทราบผู้เขียน)




Spring smile


- สวรรค์สร้างกรรมยังพออภัย ตัวเองสร้างกรรมไม่อาจรอดพ้น 
(โก้วเล้ง)



Table Rock Dam Running Wide Open


- …แหงนหน้าขึ้นฟ้า คิดดื่มน้ำฝน สายฝนแม้ตกหนาถี่ยิบ แต่ที่พุ่งเข้าปากกลับมีไม่มากนัก ในใต้หล้า มีเรื่องมากมายเป็นเช่นนี้
 (โก้วเล้ง)




Dogwood


- ศัตรูของความไม่รู้ไม่ใช่ความไม่รู้ แต่เป็นความไม่รู้ว่าไม่รู้
 (ไม่ทราบผู้เขียน)




A Fine Spring Day


- มีคนจำนวนมากไม่มีความสุข ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่พบความสุข แต่พวกเขาไม่เคยหยุดเพื่อเสพสุขต่างหาก 
(วิลเลี่ยม เฟเธอร์)




Crest Drive - Missionary Ridge


- คนประเสริฐจะนึกถึงคุณธรรมเสมอ คนธรรมดานึกถึงแต่ความสุขสบาย 
(ขงจื้อ)




Ze zijn er weer!!!


- มนุษย์ไม่ได้เกรงกลัวพระเจ้าหรอก แต่ความกลัวต่างหาก คือพระเจ้าที่มนุษย์กลัว
 (ไม่ทราบผู้เขียน)




Cantavieja


- คนที่ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ ก็เหมือนเร่งตรงไปสู่ความตาย 
(สุภาษิตคอสตาริกา)





2leep.com